เที่ยวโคราช  ศึกษาประวัติศาสตร์ เมืองคุณย่า ชมการแสดง แสง สี เสียง วีรกรรมท้าวสุรนารี

             เมื่อท่านได้ไปเมืองโคราช  ถ้าไม่ได้แวะไปสักการะอนุสาวรีย์คุณย่าโม  ก็เหมือนท่านยังไปไม่ถึงโคราช  และต่อจากนี้เมื่อท่านได้สักการะคุณย่าแล้ว  เดินผ่านสวนสุรนารีหรือสวนรักไปอีกประมาณ 100 เมตร ข้ามถนนไปทางสวนอนุสรณ์สถานท้าวสุรนารี  จะเห็นอนุสาวรีย์วีรชนคนโคราช เป็นรูปปั้นบรรพบุรุษของชาวโคราชหลายท่านที่กำลังตั้งท่าเพื่อต่อสู้กับศัตรูผู้รุกราน ตั้งอยู่กลางสวนน้ำพุล้อมรอบ สังเกตทางด้านขวาติดกันจะเป็นอาคารป้อมปราการสีขาวขนาดใหญ่ อาคารนี้คืออาคารแสดง แสง สี เสียง ท้าวสุรนารี จะมีเรื่องราวที่แสดงให้เห็นเป็นตอนเริ่มจากวิถีชีวิตของชาวเมืองโคราชในสมัยอดีต ไปจนถึงการต่อสู้เพื่อรักษาผืนแผ่นดินไทย วีรกรรมอันหาญกล้าของท้าวสุรนารีและบรรพบุรุษของชาวโคราช  ท่านสามารถแวะเข้าไปชมได้ทุกวันอังคาร-วันอาทิตย์ หยุดเฉพาะวันจันทร์  เปิดตั้งแต่เวลา 0900-18.00 น. และเปิดแสดงทุก 1 ชั่วโมงครับ

เทศบาลนครนครราชสีมาก็ได้ทำพิธีเปิดอาคารแสดง แสง สี เสียง วีรกรรมท้าวสุรนารี เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคมที่ผ่านมา โดยรองศาสตราจารย์เชิดชัย  โชครัตนชัย นายกเทศมนตรีนครนครราชสีมา  ภายหลังจากปิดเพื่อปรับปรุงระบบต่าง ๆ ภายในอาคารให้สวยงามและมีสภาพที่สมบูรณ์  ตามนโยบายของท่านนายกเทศมนตรีนครนครราชสีมา  ซึ่งต้องการเปิดให้เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านประวัติศาสตร์ให้กับ นักเรียน  นักศึกษา  และประชาชนทั่วไป  ได้มีโอกาสเข้าชมและศึกษาประวัติศาสตร์การสู้รบของท่านท้าวสุรนารีและบรรพบุรุษของชาวโคราช โดยใช้ระบบ แสง สี เสียง ประกอบใช้เวลาเพียง 12 นาที ท่านก็จะทราบถึงประวัติศาสตร์การสู้รบของท่านท้าวสุรนารี  และยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญอีกแห่งของเมืองโคราช 

                นครราชสีมา หรือ โคราช  ถือว่าเป็นเมืองเก่าแก่ที่มีประวัติศาสตร์มายาวนาน และมีความสำคัญทั้งทางการเมือง การปกครอง และการทหารตลอดมา นอกจากจะมีคูเมือง ประตูเมือง ป้อมปืน กำแพงเมือง และป้อมปราการอันแข็งแกร่งแล้ว ท่านท้าวสุรนารี หรือคุณย่าโม  บรรพบุรุษของชาวโคราชยังได้ชื่อว่าเป็นผู้ที่ชาญฉลาด เข็มแข็ง เด็ดเดี่ยว อดทน กล้าหาญ ซื่อสัตย์ กตัญญู และเป็นนักสู้ เป็นที่เลื่องลือ  ได้รับความเคารพสักระเทิดทูนเป็น “ วีรสตรีไทย ” ตลอดมา

                ด้วยความกตัญญูกตเวที  ความเคารพสักระเทิดทูน และความศรัทธาต่อท่านท้าวสุรนารี หรือ คุณย่าโม ของชาวเมืองนครราชสีมา และด้วยความมุ่งมั่นที่จะจารึกวีรกรรมอันหาญกล้าของท้าวสุรนารีให้ประจักษ์แก่อนุชนคนไทย และชาวต่างประเทศ จังหวัดนครราชสีมาจึงได้มีดำริก่อสร้างอนุสรณ์สถานวีรกรรมท้าวสุรนารีขึ้น โดยความร่วมมือของกรมศิลปากร และเทศบาลเมืองนครราชสีมา ซึ่งได้พิจารณาเห็นว่ามีความเหมาะสมที่จะดำเนินการก่อสร้างอนุสรณ์สถานแห่งนี้บริเวณที่ตั้งตลาดเทศบาล 1 เดิม ซึ่งมีสภาพที่เก่าแก่ ทรุดโทรม และไม่เหมาะสมในภาวการณ์ในขณะนั้น  บ้านเมืองได้เจริญพัฒนาขึ้นเป็นเมืองหลักของประเทศ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หลายฝ่ายจึงเห็นพ้องต้องกันในการปรับปรุงพัฒนาขึ้นบริเวณสถานที่ตั้งตลาดเทศบาล 1 เพื่อให้เกิดความสวยงามเป็นสง่าราศีของเมือง  และเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวและเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมของชาวโคราช

การดำเนินการก่อสร้างอนุสรณ์สถานได้ประสบปัญหาต่าง ๆ เป็นผลให้การก่อสร้างล่าช้าออกไปร่วม 3 ปี ตลอดระยะเวลาดังกล่าว จังหวัดนครราชสีมาได้เพียรสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องให้เกิดขึ้น  เพื่อให้ทุกฝ่ายได้เล็งเห็นประโยชน์ของบ้านเมืองเป็นที่ตั้ง อันจะนำมาซึ่งความเข้าใจและพลังความสามัคคีที่จะสร้างสรรค์ความเจริญรุ่งเรืองของบ้านเมือง และในที่สุดจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของทุกคนทุกฝ่าย  ก็สามารถฝ่าฟันปัญหาอุปสรรคต่าง ๆ ลงได้เสร็จสิ้น  ด้วยความสงบเรียบร้อยในวันที่  2  กุมภาพันธ์  2533

อนุสรณ์สถานวีรกรรมท้าวสุรนารี  มีพิธีวางศิลาฤกษ์ เมื่อวันศุกร์ที่ 23 มีนาคม 2533  โดย

ฯพณฯพลเอกชาติชาย  ชุณหะวัณ นายกรัฐมนตรีในสมัยนั้นเป็นประธาน  และ นายไสว  พราหมณี ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา  การก่อสร้างอนุสรณ์สถานวีรกรรมท้าวสุรนารีแห่งนี้  เป็นมติของข้าราชการพลเรือน  ตำรวจ  ทหาร  พ่อค้า  และประชาชน  ได้เห็นพ้องต้องกันที่จะก่อสร้างอนุสรณ์สถานขึ้น  เพื่อรำลึกถึงวีรกรรมอันหาญกล้าของท่านท้าวสุรนารี  และได้เชิญบุคคลที่เกี่ยวข้องจากหลายฝ่าย  มาร่วมกันพิจารณารูปแบบการก่อสร้างอนุสรณ์สถาน  แต่งตั้งคณะทำงานดำเนินการวางแผนออกแบบ  จัดทำแผนแม่บทการก่อสร้างอนุสรณ์สถานวีรกรรมท้าวสุรนารี   โดยมีวัตถุประสงค์  เพื่อให้เป็นอนุสรณ์ระลึกถึงวีรกรรมของท่านท้าวสุรนารี  และอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมของชาวโคราช   ให้สวนสาธารณะได้เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของชาวโคราชในลักษณะพื้นที่เปิดโล่ง (Open Space) ซึ่งมีอยู่ไม่มากนักในเขตเทศบาลเมืองนครราชสีมาในสมัยนั้น    อนุชนรุ่นหลังได้ซาบซึ้งในประวัติศาสตร์ เกิดความภาคภูมิใจในความเป็นชาวโคราช   เป็นศรีสง่าของบ้านเมืองอันมีประวัติศาสตร์ที่ยาวนาน  และส่งเสริมการท่องเที่ยวของเมือง ซึ่งจะนำรายได้เข้าสู่จังหวัดนครราชสีมาเพิ่มขึ้น

การดำเนินการก่อสร้าง และงบประมาณจัดสร้างอนุสรณ์สถานวีรกรรมท้าวสุรนารี ใช้งบประมาณก่อสร้างประมาณ 30 ล้านบาท ซึ่งจังหวัดได้ดำเนินการจัดหาเงินทุนค่าก่อสร้าง และได้ประกาศเชิญชวนประชาชนผู้มีจิตรศรัทธาร่วมบริจาค สละทรัพย์เป็นค่าก่อสร้างโดยทั่วถึงกันด้วย  การก่อสร้างอนุสรณ์สถานวีรกรรมท้าวสุรนารีได้ดำเนินการก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะการออกแบบก่อสร้าง  จังหวัดนครราชสีมาได้รับความร่วมมือจากกรมศิลปากร โดยอธิบดีกรมศิลปากรได้แต่งตั้งเจ้าหน้าที่เดินทางมาพิจารณาสถานที่  และประชุมปรึกษารายละเอียดการก่อสร้างร่วมกับเจ้าหน้าที่ของจังหวัด  และได้มอบหมาย นายประเวศ  ลิมปรังษี ผู้เชี่ยวชาญด้านบูรณะศิลปะวัตถุ  กรมศิลปากร ศิลปินแห่งชาติ เป็นสถาปนิกออกแบบก่อสร้าง  ภายในอาคารวีรกรรมท้าวสุรนารี จัดให้มีระบบการแสดง เสียง สี เสียง ที่สวยงาม  ชวนให้เกิดจินตนาการถึงภาพวีรกรรมอันห้าวหาญของท่านท้าวสุรนารี และบรรพบุรุษชาวโคราช  ซึ่งได้รักษาเอกราชให้แก่ชาติไทย

                ต่อมาจังหวัดนครราชสีมา ได้มอบหมายให้เทศบาลนครนครราชสีมา เป็นผู้ดูแลอาคารแห่งนี้ โดยคณะผู้บริหารเทศบาลนครนครราชสีมา นำโดย รองศาสตราจารย์เชิดชัย  โชครัตนชัย  ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของอนุสรณ์สถานวีรกรรมท้าวสุรนารี  จึงได้มีการบูรณะปรับปรุงให้มีสภาพสวยงามอยู่ตลอดไป เพื่อเป็นสถานที่ศึกษาประวัติศาสตร์  การต่อสู้ของท่านท้าวสุรนารีและบรรพบุรุษของชาวโคราช เป็นแหล่งศึกษาประวัติศาสตร์และสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญอีกแห่งของจังหวัดนครราชสีมา  โดยเทศบาลได้เปิดให้ชมการแสดง  แสง  สี  เสียง    วีรกรรมท้าวสุรนารี  ฟรีทุกชั่วโมง  ใช้เวลาเพียง  12  นาที  เปิดตั้งแต่เวลา 09.00 – 18.00 น. ในวันอังคาร – วันอาทิตย์  หยุดวันจันทร์

 

*********************************************

ภัคคริชญ์   ประสิทธิ์/เรียบเรียง