|
กระทำเช่นไรจึงจะได้ชื่อว่า เป็นผู้ได้กระทำตอบแทนพระคุณของแม่
12 สิงหาคม วันแม่แห่งชาติ เป็นวันที่เราท่านทุกคนล้วนระลึกถึงพระคุณแม่
คอลัมน์ธรรมะเพื่อชีวิต ขอนำพระธรรมของพระพุทธเจ้าของเราที่ได้ทรงตรัสสอนเกี่ยวกับพระคุณของแม่มาให้ท่านผู้อ่านได้อ่านกันนะครับ
พระสูตรเกี่ยวกับฐานะของแม่ที่ได้กระทำแก่ลูก และสิ่งที่ลูกควรกระทำแก่แม่ มีใจความดังนี้
..................................................................
ดูกรภิกษุทั้งหลาย สกุลใดบุตรบูชามารดาบิดาในเรือนตน สกุลนั้นมีพรหม
สกุลใดบุตรบูชามารดาบิดาในเรือนตน สกุลนั้นมีบุรพาจารย์
สกุลใดบุตรบูชามารดาบิดาในเรือนตน สกุลนั้นมีอาหุไนยบุคคล
ดูกรภิกษุทั้งหลาย คำว่าพรหมนี้ เป็นชื่อของมารดาและบิดา
คำว่าบุรพาจารย์นี้ เป็นชื่อของมารดาและบิดา
คำว่าอาหุไนยบุคคล(ผู้ควรแก่การรับทานที่เขาให้ ปกติหมายถึงพระอริยเจ้า ผู้บรรลุธรรม..ผู้เขียน)นี้เป็นชื่อของมารดาและบิดา
ข้อนั้นเพราะเหตุไร เพราะมารดาบิดามีอุปการะมาก บำรุงเลี้ยง แสดงโลกนี้แก่บุตร ฯ มารดาบิดาผู้อนุเคราะห์บุตร ท่านเรียกว่าพรหม ว่าบุรพาจารย์ และว่าอาหุไนยบุคคล เพราะฉะนั้น
บัณฑิตพึงนมัสการ และสักการะ มารดาบิดา ด้วยข้าว น้ำ ผ้า ที่นอน การอบกลิ่น การให้อาบน้ำ และการล้างเท้าทั้งสอง เพราะการปรนนิบัติในมารดาบิดา นั้นแล บัณฑิตย่อมสรรเสริญเขาในโลกนี้เอง เขาละไปแล้ว ย่อมบันเทิงในสวรรค์ ฯ
เนื้อความพระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๐ บรรทัดที่ ๓๔๗๐ - ๓๔๘๑. หน้าที่ ๑๕๐.
และการกระทำที่ดียิ่งขึ้นไปอีกในการตอบแทนพระคุณของแม่ ที่พระพุทธองค์ทรงตรัสว่าเป็นได้ชื่อว่าได้ตอบแทนคุณของแม่ คือ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย เรากล่าวการกระทำตอบแทนไม่ได้ง่ายแก่ท่านทั้ง ๒
ท่านทั้ง ๒ คือใคร คือ มารดา ๑ บิดา ๑
ดูกรภิกษุทั้งหลาย
บุตรพึงประคับประคองมารดาด้วยบ่าข้างหนึ่ง พึงประคับประคองบิดาด้วยบ่าข้างหนึ่ง
เขามีอายุ มีชีวิตอยู่ตลอดร้อยปี และเขาพึงปฏิบัติท่านทั้ง ๒ นั้น
ด้วยการอบกลิ่นการนวด การให้อาบน้ำ และการดัด
และท่านทั้ง ๒ นั้นพึงถ่ายอุจจาระปัสสาวะบนบ่าทั้งสองของเขานั่นแหละ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย การกระทำอย่างนั้นยังไม่ชื่อว่าอันบุตรทำแล้วหรือทำตอบแทนแล้วแก่มารดาบิดาเลย
ดูกรภิกษุทั้งหลายอนึ่ง บุตรพึงสถาปนามารดาบิดาในราชสมบัติ
อันเป็นอิสราธิปัตย์ ในแผ่นดินใหญ่อันมีรตนะ ๗ ประการมากหลายนี้
การกระทำกิจอย่างนั้น ยังไม่ชื่อว่าอันบุตรทำแล้วหรือทำตอบแทนแล้วแก่มารดาบิดาเลย
ข้อนั้นเพราะเหตุไร เพราะมารดาบิดามีอุปการะมาก บำรุงเลี้ยง แสดงโลกนี้แก่บุตรทั้งหลาย
ส่วนบุตรคนใดยังมารดาบิดาผู้ไม่มีศรัทธาให้สมาทานตั้งมั่นในศรัทธาสัมปทา
ยังมารดาบิดาผู้ทุศีล ให้สมาทานตั้งมั่นในศีลสัมปทา
ยังมารดาบิดาผู้มีความตระหนี่ ให้สมาทานตั้งมั่นในจาคสัมปทา
ยังมารดาบิดาทรามปัญญา ให้สมาทานตั้งมั่นในปัญญาสัมปทา
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ด้วยเหตุมีประมาณเท่านี้แล
การกระทำอย่างนั้นย่อมชื่อว่าอันบุตรนั้นทำแล้ว และทำตอบแทนแล้ว แก่มารดาบิดาฯ
เนื้อความพระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๐ บรรทัดที่ ๑๖๑๗ - ๑๘๔๐. หน้าที่ ๗๐ - ๗๙
ดังนั้นเนื่องในโอกาสวันแม่แห่งชาติในปีนี้เป็นต้นไป ขอให้เราซึ่งเป็นลูกๆทุกคน ได้ร่วมกันตอบแทนพระคุณแม่ด้วยการแสดงออกซึ่งความรัก แสดงความเคารพต่อท่าน และดูแล ปัจจัย ๔ อันมี อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ยารักษาโรค และที่อยู่อาศัย แก่คุณแม่และคุณพ่อ รวมทั้งได้ชักชวนแนะนำท่านในการมีศรัทธา(การเชื่อถือที่มีเหตุผล) การรักษาศีล การบริจาค การมีปัญญาเห็นความจริงของชีวิตว่าสิ่งทั้งหลายไม่ควรยึดมั่นถือมั่น ซึ่งเป็นคุณธรรมที่ใครได้กระทำแล้ว จะเสมือนยกผู้นั้นขึ้นไปไว้บนสวรรค์อย่างแน่แท้
จะเป็นการได้ชื่อว่าได้ตอบแทนพระคุณของคุณแม่ คุณพ่อ กันทุกท่านทุกคน
|