พระราชบัญญัติการผังเมือง

 

            กฎหมายผังเมืองฉบับแรกของเมืองไทย คือ พระราชบัญญัติการผังเมืองและชนบท พ.ศ. 2495 และในปี 2498 นายกเทศมนตรีนครกรุงเทพในสมัยนั้นได้ขอความช่วยเหลือจากองค์กร UNITED STATES OPERATION MISSION (USOB) จนใน พ.ศ. 2500 ได้มีการลงนานสัญญาว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษาชาวอเมริกันชื่อ LITCHFIELD WHITING BOWNE & ASSOCIATES มาวางผังเมือง กรุงเทพ – ธนบุรี ซึ่งขณะนั้นมีพลเมืองรวมกัน 1.4 ล้านคนเท่านั้น ใช้เวลาในการรวบรวมข้อมูลศึกษาวิเคราะห์อยู่ถึง 3 ปี จึงเสร็จเป็นแผนผัง GREATER BANGKOK PLAN เมื่อ พ.ศ. 2533 ซึ่งรู้จักกันในนาม “ผังลิทช์ฟิลด์” ซึ่งใช้เป็นต้นแบบของแม่บทผังเมืองที่จัดทำขึ้นภายหลัง

            ส่วนหน่วยงานทางด้านผังเมืองที่ถูกจัดตั้งให้ดูแลด้านผังเมืองอย่างจริงจัง คือสำนักผังเมืองได้ถือกำเนิดขึ้นในปี พ.ศ. 2503 ภายหลังได้เปลี่ยนชื่อเป็นกรมการผังเมือง เมื่อ ปี พ.ศ. 2508 ได้ทำการวางผังเมืองอยู่หลายเมือง แตไม่สามารถนำมาใช้ได้อย่างจริงจัง เพราะขาดอำนาจทางกฎหมายมาใช้บังคับ ต่อมาจึงได้ประกาศใช้ พ.ร.บ.ผังเมือง พ.ศ. 2518 ขึ้นใช้แทน พ.ร.บ.ผังเมืองและชนบท พ.ศ. 2495

 

พระราชบัญญัติผังเมืองปี พ.ศ. 2518

            ให้ยกเลิก พ.ร.บ. การผังเมืองและชนบท ปี พ.ศ. 2495 และให้ใช้ พ.ร.บ. ฉบับนี้แทน แก้ไขโดย พ.ร.บ. การผังเมือง (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2525 และพ.ร.บ.ผังเมือง (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2535 เนื้อหาของกฎหมายดังนี้

            หมวดที่ 1        คณะกรรมการผังเมือง                                                                          (มาตรา 6 – 13)

        หมวดที่ 2        การสำรวจเพื่อวางและจัดทำผังเมืองรวมหรือผังเมืองเฉพาะ              (มาตรา 14 – 16)

            หมวดที่ 3        การวางและจักทำผังเมืองรวม                                                             (มาตรา 17 – 25)

            หมวดที่ 4        การใช้บังคับผังเมืองรวม                                                                     (มาตรา 26 – 27)

            หมวดที่ 5        การวางและจักทำผังเมืองเฉพาะ                                                          (มาตรา 28 – 40)

            หมวดที่ 6        การใช้บังคับผังเมืองเฉพาะ                                                                  (มาตรา 41 – 49)

            หมวดที่ 7        คณะกรรมการบริหารการผังเมืองส่วนท้องถิ่น                                    (มาตรา 50 – 53)

            หมวดที่ 8        การรื้อ ย้าย หรือดัดแปลงอาคาร                                                          (มาตรา 54 – 69)

            หมวดที่ 9        อุทธรณ์                                                                                                (มาตรา 70 – 77)

            หมวดที่ 10      บทเบ็ดเตล็ด                                                                                        (มาตรา 78 – 82)

            หมวดที่ 11      บทกำหนดโทษ                                                                                    (มาตรา 83 – 84)

 

 

กฎกระทรวง

ฉบับที่ 414 (พ.ศ. 2542)

ออกตามความในพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. 2518

 

            อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. 2518 และมาตรา 26 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. 2518 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการผังเมือง (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2535 อันเป็นพระราชบัญญัติที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา 29 ประกอบกับมาตรา 35 มาตรา 36 มาตรา 48 วรรคหนึ่ง มาตรา  49 และมาตรา 50 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยออกกฎกระทรวงได้ ดังนี้

            ข้อที่ 1              กฎกระทรวงนี้ให้ใช้ได้มีบังคับห้าปี

            ข้อที่ 2              ให้ใช้บังคับผังเมืองรวม ในท้องที่กรุงเทพมหานคร ภายในแนวเขตตามแผนที่ท้ายกฎกรทรวงนี้

            ข้อที่ 3              กฎกระทรวงนี้มิให้ใช้บังคับกับพื้นที่ที่ได้ใช้หรือสงวนไว้เพื่อประโยชน์ในราชการทหาร

            ข้อที่ 4              การวางและจัดผังเมืองรวมตามกฎกระทรวงนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้เป็นแนวทางในการพัฒนากรุงเทพมหานคร และการดำรงรักษาเมืองและบริเวณที่เกี่ยวข้องหรือชนบท ในด้านการใช้ประโยชน์ในทรัพย์สินการคมนาคาและการขนส่ง การสาธารณูประโภค บริการสาธารณะ และสภาพสิ่งแวดล้อมในบริเวณแนวเขตตาม ข้อ 2 ให้สอดคล้องกับการพัฒนาระบบเมืองในภาคต่างๆ และในเขตปริมณฑลตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

            ข้อที่ 5              ผังเมืองรวมตามกฎกระทรวงนี้ มีนโยบายและมาตรการเพื่อจัดระบบการใช้ประโยชน์ที่ดินให้มีประสิทธิภาพ สามารถรองรับและสอดคล้องกับการขยายตัวของชุมชนในอนาคต ส่งเสริมและพัฒนาเศรษฐกิจและโครงข่ายบริการสาธารณะโดยมาสาระสำคัญดังต่อไปนี้

(1)               ส่งเสริมให้เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจ การบริหาร องค์การระหว่างประเทศ วัฒนธรรมและการบริการที่สำคัญที่สุดในประเทศ

(2)               ส่งเสริมการพัฒนาด้านที่อยู่อาศัยและพาณิชยกรรมให้สอดคล้องกับโครงสร้างทางเศรษฐกิจและสังคมของชุมชน โดยมีศูนย์ชุมชนเพื่อให้บริการต่างๆที่จำเป็น

(3)               ส่งเสริมการพัฒนาศูนย์ชุมชนในพื้นที่ต่างๆ

(4)               พัฒนาการบริการทางสังคม การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการให้เพียงพอและได้มาตรฐาน

(5)               ส่งเสริมและพัฒนาระบบขนส่งมวลชนให้มีประสิทธิภาพเพื่อลดการเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนบุคคล

(6)               จัดระบบการขยายตัวของอุตสาหกรรมการผลิตโดยทั่วไปที่ไม่ก่อเหตุรำคาญ หรือสร้างมลภาวะเป็นพิษ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมการผลิตที่ต้องใช้แรงงานระดับฝีมือและเทคโนโลยีชั้นสูง

(7)               ส่งเสริม อนุรักษ์ และฟื้นฟูศิลปวัฒนธรรมและสภาพแวดล้อม ซึ่งมีคุณค่าทางศาสนา ศิลปกรรม สถาปัตยกรรม ประวัติศาสตร์ และโบราณคดี เพื่อดำรงความเป็นเอกลักษณ์ของชาติ

(8)               ส่งเสริมการพัฒนาเมืองด้วยการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม

ข้อที่ 6              การใช้ประโยชน์ที่ดินในเขตผังเมืองรวม ให้เป็นไปตามแผนผังการใช้ประโยชน์ที่ดินตามที่ได้จำแนกประเภท แผนผังแสดงโครงการคมนาคมและขนส่ง แผนผังแสดงที่โล่ง และรายการประกอบแผนผังท้ายกระทรวงนี้

ข้อที่ 7              การใช้ประโยชน์ที่ดินตามแผนผังการใช้ประโยชน์ที่ดินตามที่ได้จำแนกประเภทท้ายกฎกระทรวงนี้ ให้เป็นไปดังต่อไปนี้

(1)               ที่ดินในบริเวณหมายเลข 1.1 ถึงหมายเลข 1.87 ที่กำหนดไว้เป็นสีเหลือง ให้เป็นที่ดินประเภทที่อยู่อาศัยหนาแน่นน้อย

(2)               ที่ดินในบริเวณหมายเลข 2.1 ถึงหมายเลข 2.69 ที่กำหนดไว้เป็นสีส้ม ให้เป็นที่ดินประเภทที่อยู่อาศัยหนาแน่นปาน

                                                            กลาง

(3)               ที่ดินในบริเวณหมายเลข 3.1 ถึงหมายเลข 3.50 ที่กำหนดไว้เป็นสีน้ำตาล ให้เป็นที่ดินประเภทที่อยู่อาศัยหนาแน่นมาก

(4)               ที่ดินในบริเวณหมายเลข 4.1 ถึงหมายเลข 4.62 ที่กำหนดไว้เป็นสีแดง ให้เป็นที่ดินประเภทพาณิชยกรรม

(5)               ที่ดินในบริเวณหมายเลข 5.1 ถึงหมายเลข 5.80 ที่กำหนดไว้เป็นสีม่วง ให้เป็นที่ดินประเภทที่อุตสาหกรรมและ

                                                            คลังสินค้า

(6)               ที่ดินในบริเวณหมายเลข 6.1 ถึงหมายเลข 6.30 ที่กำหนดไว้เป็นสีเม็ดมะปราง ให้เป็นที่ดินประเภทที่คลังสินค้า

(7)               ที่ดินในบริเวณหมายเลข 7.1 ถึงหมายเลข 7.70 ที่กำหนดไว้เป็นสีม่วงอ่อน ให้เป็นที่ดินประเภทอุตสาหกรรมเฉพาะกิจ

(8)               ที่ดินในบริเวณหมายเลข 8.1 ถึงหมายเลข 8.26 ที่กำหนดไว้เป็นสีเขียว ให้เป็นที่ดินประเภทชนบทและเกษตรกรรม

(9)               ที่ดินในบริเวณหมายเลข 9.1 ถึงหมายเลข 9.34 ที่กำหนดไว้เป็นสีเขียวมะกอก ให้เป็นที่ดินประเภทสถาบันการศึกษา

(10)           ที่ดินในบริเวณหมายเลข 10.1 ถึงหมายเลข 10.13 ที่กำหนดไว้เป็นสีขาวมีกรอบและเส้นทแยงสีเขียว ให้เป็นที่ดิน

                                                            ประเภทอนุรักษ์ชนบทและเกษตรกรรม

(11)           ที่ดินในบริเวณหมายเลข 11.1 ถึงหมายเลข 11.10 ที่กำหนดไว้เป็นสีน้ำตาลอ่อน ให้เป็นที่ดินประเภทอนุรักษ์เพื่อ

                                                            ส่งเสริมอนุลักษณ์ศิลปวัฒนธรรมไทย

(12)           ที่ดินในบริเวณหมายเลข 12.1 ถึงหมายเลข 12.60 ที่กำหนดไว้เป็นสีเทาอ่อน ให้เป็นที่ดินประเภทสถาบันศาสนา

(13)           ที่ดินในบริเวณหมายเลข 13.1 ถึงหมายเลข 13.46 ที่กำหนดไว้เป็นสีน้ำเงิน ให้เป็นที่ดินประเภทสถาบันราชการ        

                                                            การสาธารณูประโภคและสาธารณูปการ