พระราชกฤษฎีกา

เปลี่ยนแปลงเขตเทศบาลเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา

พ.ศ. ๒๕๒๕

 

ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.

ให้ไว้ ณ วันที่  ๒๒ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๒๕

เป็นปีที่ ๓๗ ในรัชกาลปัจจุบัน

 

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า

 

โดยที่เป็นการสมควรเปลี่ยนแปลงเขตเทศบาลเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา เพื่อประโยชน์ในการบริการกิจการและการทำนุบำรุงท้องถิ่น

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๕๙ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และมาตรา ๑๒ แห่งราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. ๒๔๙๖ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเทศบาล (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๔๙๙ ซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ๑  พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้เรียกว่า “พระราชกฤษฎีกา เปลี่ยนแปลงเขตเทศบาลเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา พ.ศ. ๒๕๒๕”

มาตรา ๒  พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ๓  ให้เปลี่ยนแปลงเขตเทศบาลเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งได้กำหนดไว้ในมาตรา ๔ แห่งพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งเทศบาลเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา พุทธศักราช ๒๔๗๘ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งเทศบาลเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา (ฉบับที่ ๒) พุทธศักราช ๒๔๘๐ เสียใหม่ มีเขตดังต่อไปนี้

ด้านเหนือ        ตั้งแต่ หลักเขตที่ ๑ ซึ่งตั้งอยู่ริมลำตะคองฝั่งเหนือ ตรงริมปากคลองส่งน้ำชลประทานฝั่งตะวันออก เลียบริมคลองส่งน้ำชลประทานฝั่งเหนือ ไปทางทิศตะวันออก ผ่านทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒  ตอนนครราชสีมา – บ้านไผ่ ถึง หลักเขตที่ ๒ ซึ่งตั้งอยู่ริมคลองส่งน้ำชลประทาน ฝั่งเหนือ ห่างจากศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๐๕ ตอนนครราชสีมา – หนองบัวโคก ทางทิศเหนือ ตามแนวเส้นตั้งฉากระยะ ๔๐๐ เมตร

จาก หลักเขตที่ ๒ เป็นเส้นขนานระยะ ๔๐๐ เมตร กับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๐๕ ตอนนครราชสีมา – หนองบัวโคก ไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ถึง หลักเขตที่ ๓ ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๐๕ ตอนนครราชสีมา – หนองบัวโคก ทางทิศตะวันตก ตรง กม. ๓๙๙.๒๖๔ ตามแนวเส้นตั้งฉาก ระยะ ๔๐๐ เมตร

ด้านตะวันออก             จาก หลักเขตที่ ๓ เป็นเส้นตรงไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ผ่านทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๐๕  ตอนนครราชสีมา – หนองบัวโคก ตรง กม. ๓๙๙.๒๖๔ ถึง หลักเขตที่ ๔ ซึ่งตั้งอยู่ริมทางรถไฟสายตะวันออกเฉียงเหนือ นครราชสีมา – ขอนแก่น ฟากตะวันตก ตรง กม. ๒๗๒.๒๖๐

จาก หลักเขตที่ ๔ เลียบริมทางรถไฟสายตะวันออกเฉียงเหนือ นครราชสีมา – ขอนแก่น ฟากตะวันตก ไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ ข้ามลำตะคอง ถึง หลักเขตที่ ๕ ซึ่งตั้งอยู่ริมทางรถไฟสายตะวันออกเฉียงเหนือ นครราชสีมา – ขอนแก่น ฟากตะวันตก ตรง กม. ๒๖๘.๑๗๕

                        จาก หลักเขตที่ ๕ เป็นเส้นขนานกับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๒๔ ตอน นครราชสีมา – โชคชัย ไปทางทิศใต้ ผ่านทางรถไฟสายตะวันออกเฉียงเหนือ นครราชสีมา – ขอนแก่น และทางรถไฟสายตะวันออกเฉียงเหนือ นครราชสีมา – บุรีรัมย์ ถึง หลักเขตที่ ๖ ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๒๔ ตอน นครราชสีมา – โชคชัย ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ตรง กม. ๐.๙๗๓ ตามแนวเส้นตั้งฉาก

จาก หลักเขตที่ ๖ เป็นเส้นตรงไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ ผ่านทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๒๔ ตอน นครราชสีมา – โชคชัย ที่ กม. ๐.๙๗๓ ถึง หลักเขตที่ ๗ ซึ่งตั้งอยู่มุมสุดเขตทหารบกด้านตะวันออกติดกับบ้านหนองโสนทางด้านทิศตะวันตกเฉียงใต้

ด้านใต้             จาก หลักเขตที่ ๗ เลียบริมเขตทหารบกด้านตะวันออกไปทางทิศเหนือและทิศตะวันตก ผ่านทางรถไฟสายตะวันออกเฉียงเหนือ กรุงเทพฯ – นครราชสีมา ถึง หลักเขตที่ ๘ ซึ่งตั้งอยู่มุมเขตทหารบกด้านเหนือ ตรงริมทางรถไฟสายตะวันออกเฉียงเหนือ กรุงเทพฯ – นครราชสีมา ฟากเหนือ ตรง กม. ๒๖๕.๓๖๓

จาก หลักเขตที่ ๘ เลียบริมทางรถไฟสายตะวันออกเฉียงเหนือ กรุงเทพฯ – นครราชสีมา ฟากเหนือ ไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ถึงหลักเขตที่ ๙ ซึ่งตั้งอยู่มุมเขตทหารบกด้านเหนือ ริมทางรถไฟสายตะวันออกเฉียงเหนือ กรุงเทพฯ – นครราชสีมา ฟากเหนือ ตรง กม. ๒๖๔.๖๙๒

จาก หลักเขตที่ ๙ เลียบริมเขตทหารบก ด้านเหนือ ไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ ผ่านทางรถไฟสายตะวันออกเฉียงเหนือ กรุงเทพฯ – นครราชสีมา ผ่านถนนพิบูลละเอียด ผ่านถนนเดชอุดม ถึง หลักเขตที่ ๑๐ ซึ่งตั้งอยู่ริมปากคลองส่งน้ำชลประทาน ฝั่งเหนือ ริมถนนสืบศิริ ฟากตะวันออก

จาก หลักเขตที่ ๑๐ เลียบริมคลองส่งน้ำชลประทาน ฝั่งเหนือ ไปทางทิศตะวันตก ผ่านถนนสืบศิริ ผ่านทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๐๔ ตอน กบินทร์ – นครราชสีมา ถึง หลักเขตที่ ๑๑ ซึ่งตั้งอยู่ริมคลองส่งน้ำชลประทาน ฝั่งเหนือ ห่างจากทางรถไฟสายตะวันออกเฉียงเหนือ กรุงเทพฯ – นครราชสีมา ทางทิศใต้ ตรง กม. ๒๕๗.๘๗๒ ตามแนวเส้นตั้งฉาก

ด้านทิศตะวันตก          จาก หลักเขตที่ ๑๑ เป็นเส้นตรงไปทางทิศเหนือ ผ่านทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒ ตอน สระบุรี – นครราชสีมา ถึง หลักเขตที่ ๑๒ ซึ่งตั้งอยู่ริมทางรถไฟสายตะวันออกเฉียงเหนือ กรุงเทพฯ – นครราชสีมา ฟากใต้ ตรง กม. ๒๕๙.๘๗๒

จาก หลักเขตที่ ๑๒ เลียบทางรถไฟสายตะวันออกเฉียงเหนือ กรุงเทพฯ – นครราชสีมา ฟากใต้ ทางทิศตะวันออก ถึง หลักเขตที่ ๑๓ ซึ่งตั้งอยู่ริมทางรถไฟสายตะวันออกเฉียงเหนือ กรุงเทพฯ – นครราชสีมา ฟากใต้ ตรง กม. ๒๕๙.๘๗๒

จาก หลักเขตที่ ๑๓ เป็นเส้นตรงไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือผ่านทางรถไฟสายตะวันออกเฉียงเหนือ กรุงเทพฯ – นครราชสีมา ผ่านถนนมุขมนตรี ข้ามลำปรุ ข้ามลำตะคอง ไปบรรจบกับ หลักเขตที่ ๑

ดังปรากฏในแผนที่ท้ายพระราชกฤษฎีกานี้

ตามเส้นแนวเขตที่กล่าวไว้ในมาตรานี้ ให้มีหลักย่อยปักไว้เพื่อแสดงแนวเขตตามสมควร

มาตรา ๔ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยรักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้

 

 

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

     พลเอก ป. ติณสูลานนท์

นายกรัฐมนตรี