การคมนาคมการจราจร

ถนน

เทศบาลนครนครราชสีมา  มีถนนสายหลักซึ่งเป็นทางหลวงแผ่นดิน  คือ ถนนมิตรภาพ  พาดผ่านในเขตเมือง นอกจากถนนมิตรภาพแล้วมีถนนมุขมนตรีซึ่งถือเป็นถนนสายหลักอีกสายหนึ่ง  มีแนวขนานกับถนนมิตรภาพทางทิศตะวันตกและตะวันออก  ความกว้างของถนนบางช่วงค่อนข้างแคบ ทำให้เกิดปัญหาการจราจร  ส่วนโครงข่ายถนนในเขตเทศบาล มีรูปแบบเป็นตาราง (Grid System Pattern)  ประกอบด้วยถนนตามแนวยาวและตามแนวขวาง ตัดตั้งฉากกันเป็นตารางสี่เหลี่ยม โดยถนนแต่ละสายจะมีระยะห่างกันพอสมควร  ถนนสายสำคัญของเมืองจะวางตัวอยู่ในแนวเหนือ - ใต้และตะวันออก-ตะวันตกตัดกัน  ถนนสายสำคัญในแนวเหนือ - ใต้ได้แก่ ถนนราชดำเนิน ถนนวัชรสฤษดิ์   ถนนจักรี ถนนไชยณรงค์ ถนนประจักษ์ ถนนชุมพล มีความกว้างของผิวทางประมาณ  6 -15 เมตร   ส่วนถนนในแนวตะวันออก - ตะวันตก ได้แก่ ถนนยมราช ถนนอัษฎางค์ ถนนจอมพล ถนนมหาดไทย ถนนโพธิ์กลาง ถนนสุรนารี ถนนมุขมนตรี มีความกว้างของผิวทางประมาณ 8 - 18  เมตร  ส่วนใหญ่ไม่มีเกาะกลางถนน  ส่วนสภาพของถนนส่วนใหญ่ได้รับการปรับปรุงเป็นผิวจราจรแอสฟัลท์ติกคอนกรีต เมื่อปี พ.ศ. 2547 - 2548  จึงอยู่ในสภาพดี  สะดวกต่อการสัญจรไปมา

การจราจร

การจัดระบบการจราจรในเขตเทศบาล จะมีทั้งการควบคุมด้วยระบบสัญญาณไฟจราจร ทั้งที่เป็นสัญญาณไฟจราจรแบบเสาโค้ง, เสาตั้งตรง และแบบไฟเตือน  บางจุดมีการแสดงตัวเลขบอกเวลา  เครื่องอำนวยความสะดวกและเพิ่มความปลอดภัยสำหรับผู้เดินเท้าในการข้ามถนน เช่น ปุ่มกดขอสัญญาณข้ามถนน การควบคุมทิศทางการจราจรที่ทางแยกเกือบทั้งหมดอนุญาตให้เลี้ยวได้ในทุกทิศทาง  การสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกและความปลอดภัยสำหรับผู้เดินทางเท้า (ทางม้าลาย  สะพานลอยคนเดินข้าม)   การบังคับการจอดรถตามถนนสายต่าง ๆ สลับในวันคี่ -วันคู่ โดยเฉพาะถนนที่มีขนาดแคบ  ไม่เหมาะสำหรับจอดพร้อมกันทั้ง 2 ฝั่งถนน  การห้ามจอด/เลี้ยวในชั่วโมงเร่งด่วนเช้า-เย็น  การบังคับทิศทางการจราจร (การเดินรถทางเดียว)      

         จากรายงานฉบับสมบูรณ์โครงการศึกษาการจัดทำแผนแม่บทด้านการจราจรและขนส่งเมืองในภูมิภาค จังหวัดนครราชสีมา (ครั้งที่ 2) ได้มีการสำรวจและรวบรวมข้อมูลจุดอันตรายที่เกิดอุบัติเหตุบนโครงข่ายถนนในเขตเทศบาล  พบว่า  มีจุดอันตรายหลายจุด ได้แก่ บริเวณทางโค้งทางเข้าวัดศาลาลอย,  ทางขึ้น - ลงสะพานข้ามทางรถไฟหน้าโรงแรมสีมาธานี ถนนมิตรภาพ, บริเวณหน้ามหาวิทยาลัยราชภัฏ และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล  วิทยาเขตอีสาน ถนนสุรนารายณ์, แยกถนนมิตรภาพ-หนองคาย, แยกโรงพยาบาลกรุงเทพราชสีมา ถนนมิตรภาพ, สี่แยกตลาดประปา  โดยจุดอันตรายดังกล่าวจะต้องมีการปรับปรุงด้วยการติดตั้งป้ายเตือน ป้ายจำกัดความเร็ว  การติดตั้งราวกันอันตราย การปรับปรุงทางม้าลาย การปรับปรุงทางเดินเท้า เป็นต้น
 
  การจัดการขนส่งมวลชน

ทางรถยนต์

               ก. การให้บริการขนส่งทางรถยนต์ระหว่างอำเภอและจังหวัดต่าง ๆ จะมีรถโดยสารให้บริการที่สถานีขนส่งผู้โดยสาร 2 แห่ง คือ

               -  สถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดนครราชสีมา แห่งที่ 1 ตั้งอยู่ที่ 86 ถนนบุรินทร์ ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา  มีช่องจอดรถสำหรับหยุดรับ - ส่งผู้โดยสาร จำนวน 24 ช่องจอดรถ  โดยเป็นรถโดยสารที่มีจุดต้นทาง ปลายทาง และเป็นรถผ่านจังหวัดนครราชสีมา  ซึ่งในปัจจุบันเทศบาลได้รับการถ่ายโอนสถานีขนส่งแห่งที่ 1 จากกรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม มาอยู่ในการกำกับดูแลของเทศบาลนครนครราชสีมา  เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2548
               - สถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดนครราชสีมา แห่งที่ 2  ตั้งอยู่ที่ถนนมิตรภาพ - หนองคาย ตำบลหมื่นไวย อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา  มีช่องจอดรถสำหรับหยุดรับ - ส่งผู้โดยสาร ไม่น้อยกว่า 100 ช่องจอดรถ 

               ข. การให้บริการขนส่งสาธารณะทางรถยนต์โดยสารประจำทาง และรถขนาดเล็กในเขตเทศบาล มีการให้บริการโดยผู้ประกอบรถยนต์เป็นเอกชน รวม 19 สายหลัก นอกจากรถโดยสารประจำทางดังกล่าวข้างต้นแล้ว ยังมีรถสามล้อถีบ รถสามล้อเครื่อง รถตู้  รถจักรยานยนต์รับจ้างให้บริการประชาชนบริเวณย่านชุมชน ห้างสรรพสินค้า ตลาด สถานีขนส่ง  ฯลฯ

ทางรถไฟ

              มีสถานีรถไฟ 2 สถานี คือ
   -  สถานีนครราชสีมา  เป็นสถานีหลักในการขนส่งผู้โดยสารและสินค้า
   -  ชุมทางสถานีจิระ  เป็นสถานีที่มีความสำคัญรองลงมาจากสถานีนครราชสีมา และเป็นจุดที่รถไฟเส้นทางกรุงเทพมหานคร-หนองคาย กับเส้นทางกรุงเทพมหานคร-อุบลราชธานี แยกกัน

การประปา

- การประปาเทศบาลนครนครราชสีมา

ระบบน้ำดิบ
ปัจจุบันนี้การผลิตน้ำประปาของการประปาเทศบาลนครนครราชสีมา  ใช้แหล่งน้ำดิบจากอ่างเก็บน้ำลำตะคอง  โดยมีวิธีการนำน้ำดิบจากลำตะคองมาผลิตน้ำประปา 2 วิธีคือ
1.  รับน้ำดิบจากคลองธรรมชาติ  ซึ่งไหลมาจากอ่างเก็บน้ำลำตะคองมาตามคลองธรรมชาติไหลผ่านอำเภอสีคิ้ว  อำเภอสูงเนิน  มายังบริเวณอาคารสูบน้ำดิบบ้านมะขามเฒ่าและอ่างเก็บน้ำอัษฎางค์  รวมระยะทางประมาณ 120 กิโลเมตร โดยน้ำจากทั้ง 2 แหล่งนี้ จะสูบน้ำนำมาใช้ในการผลิตน้ำประปาได้เฉพาะในฤดูฝนเท่านั้น  เนื่องจากในฤดูอื่นๆ ปริมาณน้ำมีน้อยและไม่มีคุณภาพ 
2.  รับน้ำดิบโดยตรงจากเส้นท่อ  ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ
2.1  โรงกรองน้ำบ้านมะขามเฒ่า  รับน้ำดิบจากโรงสูบน้ำดิบอ่างเก็บน้ำลำตะคอง  โดยส่งมาตามเส้นท่อ ขนาด เส้นผ่าศูนย์กลาง 900 มม. และ เส้นผ่าศูนย์กลาง 800 มม. ความยาวประมาณ  53 กิโลเมตร  สามารถรับน้ำดิบได้ประมาณ 79,300 ลบ.ม./วัน  น้ำดิบที่ส่งมาตามท่อจะไหลมาโดยแรงโน้มถ่วงของโลก (GRAVITY)  นอกจากนี้  โรงกรองน้ำที่บ้านมะขามเฒ่ายังสามารถรับน้ำดิบจากคลองธรรมชาติ  โดยจะมีอาคารสูบน้ำดิบเข้าอ่างเก็บน้ำขนาดความจุ 160,000 ลบ.ม. และมีอาคารสูบน้ำดิบจากอ่างเก็บน้ำดิบเข้าระบบกรองน้ำในปริมาณ  2,400  ลบ.ม./ชม. ซึ่งอ่างเก็บน้ำสามารถสำรองน้ำดิบได้ 3 วัน  หากเกิดกรณีท่อส่งน้ำดิบรั่วชำรุด
สำหรับระบบกรองเร็ว  ที่โรงกรองน้ำบ้านมะขามเฒ่า ซึ่งมีกำลังผลิตรวมจำนวน  2,500   ลบ.ม./ชม. หรือ  60,000  ลบ.ม./วัน  จะสูบน้ำดิบจากคลองธรรมชาติโดยตรง  แต่เมื่อเกิดกรณีที่น้ำจากคลองธรรมชาติไม่เพียงพอก็สามารถรับน้ำจากท่อส่งน้ำดิบที่ส่งมาจากโรงสูบน้ำดิบอ่างเก็บน้ำละตะคองในปริมาณ 1,250 ลบ.ม./ชม. หรือ 30,000 ลบ.ม./วัน  ได้เช่นกัน
2.2  โรงกรองน้ำอัษฎางค์  สามารถส่งน้ำดิบได้ 3 วิธี  คือในสภาวการณ์ปกติจะรับน้ำดิบจากโรงกรองน้ำบ้านมะขามเฒ่า  โดยการใช้เครื่องสูบน้ำ สูบน้ำจากอ่างเก็บน้ำส่งมาตามท่อส่งน้ำดิบขนาด เส้นผ่าศูนย์กลาง 500 มม. ในปริมาณสูงสุด จำนวน 1,250 ลบ.ม. หรือ 30,000 ลบ.ม./วัน  และสูบน้ำจากคลองธรรมชาติบริเวณอ่างเก็บน้ำอัษฎางค์  ความสามารถในการสูบได้สูงสุด 750 ลบ.ม. หรือ 18,000 ลบ.ม./วัน  และถ้าเกิดกรณีน้ำตามคลองธรรมชาติมีไม่เพียงพอก็สามารถส่งน้ำโดยท่อส่งน้ำดิบ  โดยรับน้ำโดยตรงจากโรงสูบน้ำดิบลำตะคอง  โดยปล่อยให้ไหลมาตามแรงโน้มถ่วงของโลกในปริมาณ  500 ลบ.ม./ชม.

ระบบผลิตน้ำประปา
การประปาเทศบาลนครนครราชสีมา มีระบบผลิตน้ำประปา 2 ระบบ คือ ระบบกรองช้า (Slow Sand Filter) และระบบกรองเร็ว (Rapid Sand Filter) มีโรงกรองน้ำ จำนวน  2 แห่ง คือ
                        1.  โรงกรองน้ำอัษฎางค์ ตั้งอยู่ในตำบลในเมือง ผลิตน้ำประปาในระบบกรองเร็ว   สามารถผลิตน้ำประปาจาก 2 โรงกรอง มีอัตราการผลิตน้ำได้ 750.ม.ต่อชั่วโมง หรือ 18,000 ลบ.ม.ต่อวัน
                        2.  โรงกรองน้ำบ้านมะขามเฒ่า  ผลิตน้ำประปาโดยใช้น้ำดิบจากโรงสูบน้ำดิบเขื่อนลำตะคอง ส่งมาตามเส้นท่อเป็นน้ำดิบที่มีความขุ่นต่ำ  และสูบน้ำจากคลองธรรมชาติ  มีระบบผลิตน้ำประปา 2 ระบบ คือ
                             2.1  ระบบกรองช้า (Slow Sand Filter)  มีถังกรองจำนวน 16 ถัง  อัตรากำลังผลิตสูงสุด 4,150 ลบ.ม./วัน/ 1 ถังกรอง  หรือ 66,400 ลบ.ม./วัน/16 ถังกรอง
                             2.2  ระบบกรองเร็ว (Rapid Sand Filter)  สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2540  เพิ่มกำลังความสามารถในการผลิต  ในอัตรา 500 ลบ.ม./ชม.  และในปี 2549  ได้มีการเพิ่มความสามารถในการผลิตในปริมาณ 2,000 ลบ.ม./ชม. รวมกำลังผลิตของระบบกรองเร็วเท่ากับ  2,500 ลบ.ม./ชม. หรือ  60,000 ลบ.ม./วัน

                  การประปาเทศบาลนครนครราชสีมาให้บริการด้านน้ำประปาในเขตเทศบาลพื้นที่ทั้งสิ้น 37.5 ตารางกิโลเมตร  และบริเวณโดยรอบที่เป็นพื้นที่ทหารและองค์การบริหารส่วนตำบลซึ่งห่างจากแนวเขตเทศบาลรัศมี 1 กิโลเมตร  ให้บริการนอกเขตเทศบาลประมาณ 6 ตารางกิโลเมตร มีจำนวนผู้ใช้น้ำในปี 2551  จำนวน  49,796  ราย 


ข้อมูลจำนวนผู้ใช้น้ำประปา ปริมาณน้ำดิบที่ใช้ในการผลิต  ปริมาณน้ำที่จ่ายให้ประชาชน

ปี ( พ.ศ. )

ผู้ใช้น้ำ
( ราย )

ปริมาณน้ำดิบ
( ลบ.ม. )

ปริมาณน้ำที่จ่าย
ให้ประชาชน ( ลบ.ม.)

2538

29,761

20,115,800

15,473,721

2539

33,220

21,556,500

16,581,945

2540

34,801

23,245,500

17,881,215

2541

35,901

22,077,000

16,982,772

2542

36,504

20,689,900

15,915,636

2543

37,860

21,190,200

16,300,223

2544

38,991

23,067,300

17,744,085

2545

41,440

22,309,200

17,160,962

2546

44,784

23,263,200

17,894,830

2547

45,996

23,482,700

18,063,677

2548

47,441

25,266,600

18,038,200

2549

48,227

25,541,525

18,194,644

2550

49,484

21,469,780

18,807,856

* 2551

49,796

14,314,670

7,682,330

                    * ข้อมูลเดือน  มกราคม - พฤษภาคม  2551  จากสำนักการประปา เทศบาลนครนครราชสีมา

                   ในระยะเริ่มต้นของการให้บริการด้านน้ำประปากับประชาชนในเขตเทศบาลนั้น  ในปี  พ.ศ. 2488   มีจำนวนผู้ใช้น้ำ 230 ราย  ในปี พ.ศ. 2538  มีจำนวนผู้ใช้น้ำ  29,831 ราย  จากข้อมูลจำนวนรายผู้ใช้น้ำประปาของเทศบาลนครนครราชสีมา   จากปี 2488 ถึงปี 2538  เป็นเวลา 50 ปี มีอัตราการขยายตัวของผู้ใช้น้ำเพิ่มสูงขึ้นเป็นอย่างมาก  หากคิดเป็นจำนวนรายพบว่ามีผู้ใช้น้ำเพิ่มขึ้น  29,601 ราย  และเมื่อเปรียบเทียบกับจำนวนผู้ใช้น้ำ ในปี พ.ศ. 2538  ถึง พ.ศ. 2548  มีการขยายตัวเพียง 59.41 เปอร์เซ็นต์  แต่จำนวนรายของผู้ใช้น้ำเพิ่มขึ้นถึง 17,680 ราย ในช่วงเวลาเพียง 10 ปี เท่านั้น  นั่นแสดงให้เห็นว่า ในช่วงเวลา 10 ปีที่ผ่านมา ความต้องการใช้น้ำประปาของประชาชนในเขตเทศบาลเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และเทศบาลจำเป็นต้องดำเนินการแสวงหาน้ำดิบในการผลิตน้ำประปาเพื่อบริการประชาชนเพิ่มมากขึ้น

            ปี พ.ศ. 2548 คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อ วันที่ 10 พฤษภาคม 2548 เห็นชอบในหลักการสนับสนุนงบประมาณเพื่อดำเนินการโครงการแก้ไขปัญหาขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค  เทศบาลนครนครราชสีมาตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ. 2549 - 2551 ในวงเงินรวม 2,660 ล้านบาท โดยให้ถือว่าวงเงินข้างต้น เป็นส่วนหนึ่งของเงินอุดหนุนที่รัฐบาลจะจัดสรรให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตามพระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น  พ.ศ. 2542 และให้เทศบาลสบทบงบดำเนินการโครงการเพิ่มเติม 30 เปอร์เซ็นต์  คิดเป็น 1,140 ล้านบาท

ในปี พ.ศ. 2550 เทศบาลได้ดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างตามโครงการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค  เทศบาลนครนครราชสีมา  ได้ดำเนินการ  ดังนี้
                        1. ดำเนินการประมูลจ้างด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์  เพื่อก่อสร้างระบบประปา  โดยกิจการร่วมค้า  เอส เอ  เป็นผู้ชนะการประมูลในวงเงินค่าจ้างจำนวน  3,060,000,000  บาท (สามพันหกสิบล้านบาทถ้วน)
                        2. ดำเนินการคัดเลือกว่าจ้างบริษัท ไทย เอ็ม เอ็ม จำกัด  เป็นบริษัทที่ปรึกษาควบคุมงานก่อสร้าง  ในวงเงินค่าจ้างจำนวน  94,000,000  บาท  (เก้าสิบสี่ล้านบาทถ้วน)

                        รายละเอียดงานจ้างตามข้อกำหนดของ โครงการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค เทศบาลนครนครราชสีมา ประกอบด้วย
-  งานก่อสร้างตามแบบ NR - A
                                   งานก่อสร้างสถานีสูบจ่ายน้ำดิบอ่างเก็บน้ำลำแชะและอาคารประกอบ งานก่อสร้างโรงกรองน้ำบ้านใหม่หนองบอนและอาคารประกอบ งานก่อสร้างอาคารประกอบและส่วนประกอบอื่นๆ งานก่อสร้างถังน้ำใสและสถานีสูบจ่ายน้ำอัษฎางค์และอาคารประกอบ งานก่อสร้างปรับปรุงสถานีสูบจ่ายน้ำเดิม (สถานีสูบจ่ายน้ำอัษฎางค์และสถานีสูบจ่ายน้ำมะขามเฒ่า) งานจัดทำระบบบำรุงรักษาเชิงป้องกัน งานฝึกอบรมเจ้าหน้าที่  งานดำเนินการและบำรุงรักษาระบบประปาที่ก่อสร้าง  งานปรับปรุงโรงกรองน้ำเดิม   (โรงกรองน้ำอัษฎางค์และโรงกรองน้ำมะขามเฒ่า) งานปรับปรุงระบบฐานข้อมูลและระบบเก็บค่าบริการ และงานปรับปรุงอาคารสำนักการประปา รายละเอียดดังนี้

  • งานก่อสร้างสถานีสูบน้ำดิบอ่างเก็บน้ำลำแชะและอาคารประกอบ
  • งานก่อสร้างโรงกรองน้ำบ้านใหม่หนองบอนและอาคารประกอบ
  • งานก่อสร้างอาคารประกอบและส่วนประกอบอื่นๆ
  • งานก่อสร้างถังน้ำใสและสถานีสูบจ่ายน้ำอัษฎางค์ใหม่และอาคารประกอบ
  • งานปรับปรุงสถานีสูบจ่ายน้ำเดิม
  • งานจัดทำระบบบำรุงรักษาเชิงป้องกันและงานฝึกอบรมเจ้าหน้าที่
  • งานดำเนินการและบำรุงรักษาระบบประปา
  • งานปรับปรุงโรงกรองน้ำเดิม
  • งานปรับปรุงระบบฐานข้อมูลและระบบเก็บค่าบริการ
  • งานปรับปรุงสำนักการประปา

-  งานก่อสร้างตามแบบ NR - B - 1
งานก่อสร้างวางท่อส่งน้ำดิบ (ท่อเหล็กเหนียว) ขนาด เส้นผ่าศูนย์กลาง 1,200 มม. ส่งน้ำดิบจากสถานีสูบน้ำดิบลำแชะ  โดยเส้นท่อจะวางจากทางเข้าโครงการเขื่อนลำแชะถึงอำเภอโชคชัย  ตามแนวถนนทางหลวงท้องถิ่นและทางหลวงแผ่นดินมีความยาวประมาณ 33 กม. งานก่อสร้างประกอบด้วย การจัดหาและติดตั้งเส้นท่อ ประตูน้ำและอุปกรณ์อื่นๆ ระบบ Cathodic Protection งานทดสอบท่อและอุปกรณ์ประกอบ

-  งานก่อสร้างตามแบบ NR - B - 2
งานก่อสร้างท่อส่งน้ำดิบ โดยเส้นท่อส่งน้ำดิบจะวางจากอำเภอโชคชัยถึงบ้านใหม่หนองบอนตามแนวถนนเลียบคลองส่งน้ำ ทางหลวงแผ่นดิน และทางหลวงชนบท โดยจะเป็นท่อเหล็กเหนียว ขนาด เส้นผ่าศูนย์กลาง 1,200 มม. เป็นระยะทางประมาณ 28.05 กม. และลดขนาดท่อลงเหลือ ขนาด เส้นผ่าศูนย์กลาง 1,100 มม. ในช่วงประมาณ 5.5 กม. สุดท้าย งานก่อสร้างประกอบด้วย การจัดหาและติดตั้งเส้นท่อประตูน้ำและอุปกรณ์อื่นๆ ระบบ Cathodic Protection งานทดสอบท่อและอุปกรณ์ประกอบ

-  งานก่อสร้างตามแบบ NR - C
   งานก่อสร้างวางท่อส่งน้ำประปา ซึ่งส่งน้ำประปาจากโรงผลิตน้ำประปาบ้านใหม่หนองบอนไปยังสถานีสูบจ่ายน้ำอัษฎางค์ใหม่ ท่อส่งน้ำประปาเป็นท่อ ขนาด เส้นผ่าศูนย์กลาง 1,000 มม. เป็นระยะทางประมาณ 13 กม. และลดขนาดลงเหลือ เส้นผ่าศูนย์กลาง 900 มม. ในช่วงประมาณ 3 กม. สุดท้าย ทำการปรับปรุงขยายระบบท่อจ่ายน้ำ โดยการก่อสร้างวางท่อ Trunk Main ท่อ Main และท่อจ่ายน้ำย่อย  งานก่อสร้างประกอบด้วย การจัดหาและติดตั้งเส้นท่อ ประตูน้ำและอุปกรณ์ประกอบอื่นๆ ระบบ Cathodic Protection งานทดสอบท่อและอุปกรณ์ประกอบ

 

การสื่อสารและโทรคมนาคม

- การไปรษณีย์ ภายในจังหวัดนครราชสีมา มีการจัดตั้งที่ทำการไปรษณีย์เพื่อให้การบริการการสื่อสารไปรษณีย์  โดยแบ่งเป็น
: ที่ทำการไปรษณีย์ในสังกัดสำนักการสื่อสารไปรษณีย์เขต 3 นครราชสีมา  รวม 35 แห่ง ในจำนวนนี้อยู่ในเขตอำเภอเมือง 4 แห่ง (ข้อมูล ณ พฤษภาคม 2550)
: ที่ทำการไปรษณีย์อนุญาตเอกชนในสังกัดสำนักงานการสื่อสารไปรษณีย์เขต 3 นครราชสีมา  จำนวน 148 แห่ง  (ข้อมูล ณ พฤษภาคม 2549)
- โทรศัพท์  ในเขตเทศบาลมีหน่วยงานที่ให้บริการด้านโทรศัพท์พื้นฐาน อยู่ 2 ราย ได้แก่ องค์การโทรศัพท์ และบริษัท ทีที แอนด์ ที ซึ่งนอกจากให้บริการด้านโทรศัพท์แล้วยังให้บริการด้าน Internet    ความเร็วสูง ซึ่งอัตราความเร็วในการรับส่งข้อมูลขึ้นอยู่กับเครือข่ายและพื้นที่การให้บริการ
- สถานีวิทยุกระจายเสียง ตั้งอยู่ในจังหวัดนครราชสีมา รวม 16 แห่ง
- สถานีวิทยุโทรทัศน์ ตั้งอยู่ในเขตเทศบาล รวม 7 แห่ง ได้แก่ ทีวี 3, ทีวี 5, ทีวี 7, ทีวี 9,  ทีวี 11,  ไทยพีบีเอส  และศูนย์ข่าวภูมิภาค 7 สี  นครราชสีมา
- ระบบเคเบิลทีวี 2 บริษัท คือ KCTV และ DTV

การใช้ประโยชน์ที่ดิน

ภายในเขตเทศบาล มีการใช้ประโยชน์ที่ดินหลากหลายประเภท  พอสรุปได้ ดังนี้
                    1.  พื้นที่ในเขตคูเมืองเก่า  ประกอบด้วย  บริเวณอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี   อนุสรณ์สถานวีรกรรม    ท้าวสุรนารี   สถานที่ราชการสำคัญๆ   จะกระจุกตัวอยู่ทางตอนใต้ฝั่งตะวันตกในเขตคูเมือง   การใช้ที่ดินเพื่อการพาณิชยกรรม ส่วนใหญ่กระจายตัวอยู่ทั่วไปทางตอนเหนือฝั่งตะวันตกในเขตคูเมือง   ส่วนพื้นที่ฝั่งตะวันออกจะเป็นการใช้ที่ดินเพื่อการพักอาศัย  นอกจากนี้จะเป็นที่ตั้งของสถาบันการศึกษา  ศาสนสถาน  และบางส่วนเป็นพื้นที่ประเภท อุตสาหกรรมและคลังสินค้าที่กระจายตัวอยู่ทั่วไปในเขตคูเมือง
                    2.  การใช้ที่ดินเพื่อการพาณิชยกรรมและที่พักอาศัยหนาแน่นสูง  ส่วนใหญ่กระจายตัวบริเวณสองฝั่งถนนมิตรภาพ  ถนนอัษฎางค์  ถนนมหาดไทย  ถนนไชยณรงค์  ถนนชุมพล  ถนนราชดำเนิน  ถนนจักรี  ถนนสุรนารี  ถนนโพธิ์กลางและถนนจอมสุรางค์ยาตร์  มีองค์ประกอบเมืองด้านพาณิชยกรรมที่เป็นตลาด

                    3.  การใช้ที่ดินประเภทที่อยู่อาศัย  มีความหนาแน่นของการพักอาศัยในเขตเทศบาล  ต่อเนื่องออกไปตามแนวถนนมิตรภาพ 
                    4.  การใช้ที่ดินประเภทอุตสาหกรรมเฉพาะกิจ กระจายตัวอยู่สองฝั่งถนนมิตรภาพและถนนท้าวสุระ
                    5.  การใช้ที่ดินประเภทอุตสาหกรรมและคลังสินค้า  ส่วนใหญ่กระจายตัวอยู่ทั่วไปบริเวณด้านทิศตะวันออกของเขตเทศบาล ตามแนวถนนสุรนารายณ์  ถนนเบญจรงค์  ต่อเนื่องไปตามถนนท้าวสุระ
                    6.  การใช้ที่ดินประเภทศาสนสถาน  ส่วนใหญ่กระจายตัวอยู่อย่างหนาแน่นในบริเวณเขตเทศบาล ร่วมกับการใช้ที่ดินประเภทอื่น ๆ 
                    7.  การใช้ที่ดินประเภทสถาบันการศึกษา  ส่วนใหญ่กระจายตัวหนาแน่นในเขตเทศบาลและพื้นที่ส่วนขยายของเมือง  มีสถาบันการศึกษาทุกระดับ  สร้างบทบาทในการเป็นศูนย์กลางการศึกษาในระดับภูมิภาค
                    8.  การใช้ที่ดินประเภทสถาบันราชการ  มีทั้งหน่วยงานระดับจังหวัด ระดับภูมิภาคที่สามารถรองรับบทบาทการเป็นศูนย์กลางการให้บริการทางสังคม  การสาธารณสุข  นอกจากนี้ ยังเป็นที่ตั้งของกองทัพภาคที่ 2 และกองบิน 1 อยู่บริเวณด้านทิศใต้ของเมือง
                    9.  ที่โล่งเพื่อนันทนาการและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมของเมือง ภายในเขตเทศบาลที่ใช้เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ ประกอบด้วยสวนหย่อม   สวนสุขภาพ สนามกีฬา และสวนน้ำขนาดใหญ่ 
        

                 ส่วนทิศทางการขยายตัวของเมือง จะกระจายตามพื้นที่ชานเมืองด้านทิศเหนือ  ทิศตะวันออก  และตามถนนมิตรภาพ ถนนสืบศิริ ถนนเดชอุดม ถนนมุขมนตรี ถนนสุรนารายณ์ ถนนมหาชัย ฯลฯ